ภาพปก 10 คำถามที่ต้องถามก่อนจ้างบริษัท SEO: เครื่องหมายคำถามวาดด้วยชอล์กบนกระดานดำ
ภาพปก 10 คำถามที่ต้องถามก่อนจ้างบริษัท SEO: เครื่องหมายคำถามวาดด้วยชอล์กบนกระดานดำ

10 คำถามที่ต้องถามก่อนจ้างบริษัท SEO

คำถามก่อนจ้างบริษัท SEO คือชุดคำถามที่เจ้าของธุรกิจใช้ตรวจสอบประสบการณ์ วิธีทำงาน การวัดผล และเงื่อนไขสัญญาของผู้ให้บริการก่อนเซ็นสัญญา คนที่กำลังค้นหาว่าบริษัท SEO ที่ไหนดีจะได้คำตอบที่แม่นกว่าจากการถามคำถามชุดเดียวกันกับทุกเจ้า แล้วเทียบคำตอบ มากกว่าการดูอันดับในรายชื่อแนะนำ Google เองก็เผยแพร่รายการคำถามที่ควรถามไว้ในเอกสาร Do you need an SEO? ของ Google Search Central บทความนี้อธิบายตามลำดับ ได้แก่ บริษัท SEO ที่ไหนดีดูจากอะไร, คำถามด้านประสบการณ์และผลงาน, คำถามด้านวิธีทำงานและความโปร่งใส, คำถามด้านผลลัพธ์และการรายงาน, คำถามด้านราคา สัญญา และสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ, คำตอบแบบไหนเป็นสัญญาณอันตราย และวิธีเทียบคำตอบของบริษัท SEO หลายเจ้า

บริษัท SEO ที่ไหนดี ดูจากอะไร

บริษัท SEO ที่ดีดูได้จากคำตอบของ 10 คำถามใน 4 ด้าน คือ ประสบการณ์ วิธีทำงาน ผลลัพธ์ และเงื่อนไขสัญญา บริษัทที่ตอบได้ชัด มีหลักฐาน และยอมเขียนคำตอบลงในสัญญา คือบริษัทที่เหมาะจะทำงานด้วย ถ้ายังไม่แน่ใจว่าธุรกิจพร้อมจ้างหรือยัง อ่านภาพรวมก่อนได้ที่ จ้างทำ SEO ต้องรู้อะไรบ้าง

ด้านที่ตรวจคำถามสิ่งที่คำตอบบอก
ประสบการณ์และผลงานข้อ 1 ถึง 3บริษัทเคยทำงานแบบเดียวกับที่คุณต้องการสำเร็จหรือไม่ และใครเป็นคนทำ
วิธีทำงานและความโปร่งใสข้อ 4 ถึง 6วิธีที่ใช้ปลอดภัยต่อเว็บหรือไม่ และคุณตรวจสอบงานได้แค่ไหน
ผลลัพธ์และการรายงานข้อ 7 ถึง 8เป้าหมายสมจริงหรือไม่ และจะรู้ความคืบหน้าได้อย่างไร
ราคา สัญญา และสิทธิ์ข้อ 9 ถึง 10เงินที่จ่ายแลกกับงานอะไร และเมื่อเลิกจ้างแล้วอะไรยังเป็นของคุณ

คำถามด้านประสบการณ์และผลงาน

คำถามด้านประสบการณ์และผลงานมี 3 ข้อ ใช้ตรวจว่าบริษัทเคยแก้โจทย์แบบเดียวกับของคุณมาแล้วจริง และคนที่มีประสบการณ์นั้นคือคนที่จะดูแลเว็บของคุณ

1. ขอดูตัวอย่างผลงานและติดต่อลูกค้าอ้างอิงได้ไหม

คำตอบที่ดีคือกรณีศึกษาที่เล่าครบ 3 ส่วน ได้แก่ ปัญหาตั้งต้นของเว็บ งานที่ทำ และผลที่วัดได้ พร้อมรายชื่อลูกค้าที่ยินดีให้โทรสอบถาม Google แนะนำในเอกสาร Do you need an SEO? ให้ถามลูกค้าเก่าว่าบริการมีประโยชน์ไหม ทำงานด้วยง่ายไหม และได้ผลลัพธ์เชิงบวกหรือไม่

2. มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและตลาดของเราแค่ไหน

คำตอบที่ดีคือการอธิบายพฤติกรรมการค้นหาของลูกค้าในธุรกิจคุณได้ทันที เช่น ลูกค้าค้นหาด้วยคำแบบไหน ตัดสินใจนานเท่าไหร่ และคู่แข่งรายใดครองผลการค้นหาอยู่ Google ใส่คำถามเรื่องประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและในประเทศหรือเมืองของผู้จ้างไว้ในรายการเดียวกัน

3. ใครเป็นคนทำงานจริง และทำ SEO มานานแค่ไหน

คำตอบที่ดีคือชื่อและบทบาทของคนที่จะดูแลบัญชีคุณ ทั้งผู้วางกลยุทธ์ ผู้ดูแลงานเทคนิค และผู้เขียนเนื้อหา พร้อมจำนวนปีที่ทำงานด้านนี้ คนที่นำเสนอขายกับคนที่ลงมือทำมักเป็นคนละคน จึงควรขอคุยกับผู้ทำงานจริงก่อนเซ็นสัญญา

คำถามด้านวิธีทำงานและความโปร่งใส

คำถามด้านวิธีทำงานและความโปร่งใสมี 3 ข้อ ใช้ตรวจว่าวิธีที่บริษัทใช้ไม่ทำให้เว็บเสี่ยงถูกลงโทษ และคุณมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเว็บของตัวเอง

4. ทำงานตาม Google Search Essentials หรือไม่

คำตอบที่ดีคือ “ทำตาม” พร้อมอธิบายได้ว่าแต่ละคำแนะนำอ้างอิงเอกสารทางการของ Google ข้อใด Google Search Essentials คือข้อกำหนดพื้นฐานที่เว็บต้องผ่านเพื่อแสดงในผลการค้นหา และ นโยบายสแปมของ Google Search ระบุว่าเว็บที่ฝ่าฝืนอาจถูกลดอันดับหรือไม่แสดงในผลการค้นหาเลย ความเสียหายนี้ตกอยู่กับเว็บของคุณ จึงต้องถามวิธีสร้างลิงก์และวิธีผลิตเนื้อหาให้ละเอียด

5. จะแจ้งทุกการเปลี่ยนแปลงบนเว็บพร้อมเหตุผลหรือไม่

คำตอบที่ดีคือบันทึกการเปลี่ยนแปลง (Change Log) ที่ระบุว่าแก้หน้าไหน แก้อะไร วันไหน และเพราะอะไร Google ใส่คำถามนี้ไว้ในรายการที่ควรถาม พร้อมให้ขอเหตุผลเบื้องหลังคำแนะนำแต่ละข้อ และเตือนให้ระวังบริษัทที่ปิดบังหรือไม่อธิบายสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้ชัดเจน

6. ต้องใช้สิทธิ์เข้าถึงระบบอะไรบ้าง

คำตอบที่ดีคือการขอสิทธิ์เท่าที่งานแต่ละช่วงต้องใช้ และขอผ่านบัญชีที่คุณเป็นเจ้าของ ในช่วงตรวจเว็บก่อนเริ่มงาน Google แนะนำให้มอบสิทธิ์ Google Search Console แบบดูข้อมูลอย่างเดียว ยังไม่ต้องให้สิทธิ์แก้ไข ศูนย์ช่วยเหลือ Search Console แบ่งสิทธิ์เป็น 3 ระดับ คือ เจ้าของ ผู้ใช้แบบเต็ม และผู้ใช้แบบจำกัด โดยมีเพียงเจ้าของที่เพิ่มหรือลบผู้ใช้คนอื่นได้ บริษัทที่ขอรหัสผ่านบัญชีหลักของคุณ แทนการให้คุณเพิ่มเขาเป็นผู้ใช้ กำลังทำให้คุณควบคุมเว็บตัวเองได้น้อยลง

อินโฟกราฟิก 3 ระดับสิทธิ์ใน Google Search Console: เจ้าของ ผู้ใช้แบบเต็ม และผู้ใช้แบบจำกัด พร้อมสิ่งที่แต่ละระดับทำได้
ธุรกิจควรถือสิทธิ์เจ้าของไว้เอง แล้วเพิ่มผู้ให้บริการเป็นผู้ใช้ตามระดับที่งานต้องใช้

คำถามด้านผลลัพธ์และการรายงาน

คำถามด้านผลลัพธ์และการรายงานมี 2 ข้อ ใช้ตรวจว่าเป้าหมายที่บริษัทเสนอสมจริง วัดได้ และคุณจะได้รับข้อมูลความคืบหน้าสม่ำเสมอ

7. คาดว่าจะเห็นผลอะไร ภายในเมื่อไหร่ และวัดความสำเร็จอย่างไร

คำตอบที่ดีคือช่วงเวลาโดยประมาณที่มีเหตุผลรองรับ และตัวชี้วัดที่ผูกกับธุรกิจ เช่น จำนวนผู้เข้าชมจาก Organic Search จำนวนฟอร์มติดต่อ หรือยอดขาย SEO Starter Guide ของ Google ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีผลภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางอย่างใช้เวลาหลายเดือน ส่วนเอกสาร Do you need an SEO? ระบุชัดว่าถ้าใครการันตีอันดับ 1 ให้หาผู้ให้บริการรายอื่น

8. จะสื่อสารและรายงานผลอย่างไร บ่อยแค่ไหน

คำตอบที่ดีคือรอบรายงานที่แน่นอน ช่องทางติดต่อ และชื่อผู้ประสานงานหลัก รายงานที่ใช้ตัดสินใจได้ต้องมี 3 ส่วน คือ งานที่ทำในรอบนั้น ผลที่เกิดกับตัวชี้วัดที่ตกลงกันไว้ และแผนของรอบถัดไป ขอดูตัวอย่างรายงานจริงที่ลบชื่อลูกค้าออกแล้วก่อนตัดสินใจ

คำถามด้านราคา สัญญา และสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

คำถามด้านราคา สัญญา และสิทธิ์ความเป็นเจ้าของมี 2 ข้อ ใช้ตรวจว่าเงินที่จ่ายแลกกับงานอะไร และธุรกิจยังถือครองทรัพย์สินดิจิทัลของตัวเองครบถ้วนในวันที่เลิกจ้าง

9. ราคานี้รวมงานอะไรบ้าง และใช้กี่ชั่วโมง

คำตอบที่ดีคือใบเสนอราคาที่แจกแจงรายการงานต่อเดือน จำนวนชิ้นงาน และชั่วโมงโดยประมาณของแต่ละงาน Google ระบุว่า SEO Audit ควรให้ค่าประมาณการปรับปรุงที่สมจริง พร้อมค่าประมาณปริมาณงานที่ต้องทำ ใบเสนอราคาที่น่าเชื่อถือจึงออกหลังการตรวจเว็บ SEO ไม่ใช่ออกก่อนที่บริษัทจะเห็นปัญหาของเว็บ

10. เมื่อเลิกสัญญา ใครเป็นเจ้าของบัญชี เนื้อหา และข้อมูล

คำตอบที่ดีคือ “ธุรกิจของคุณเป็นเจ้าของทั้งหมด” และข้อความนี้อยู่ในสัญญา ทรัพย์สินที่ต้องระบุมี 4 กลุ่ม คือ โดเมนและโฮสติ้ง บัญชี Google Search Console และ Google Analytics บทความและหน้าเว็บที่ผลิตระหว่างสัญญา และรายงานย้อนหลัง ศูนย์ช่วยเหลือ Search Console ระบุว่าพร็อพเพอร์ตี้ต้องมีเจ้าของที่ยืนยันแล้วอย่างน้อย 1 คน ไม่เช่นนั้นผู้ใช้ทุกคนจะเข้าถึงไม่ได้ เจ้าของที่ยืนยันแล้วจึงต้องเป็นบัญชีของธุรกิจคุณเสมอ ถามเรื่องระยะสัญญาขั้นต่ำและเงื่อนไขการยกเลิกในข้อนี้ด้วย

คำตอบแบบไหนเป็นสัญญาณอันตราย

คำตอบที่เป็นสัญญาณอันตรายคือคำตอบที่สัญญาผลลัพธ์ซึ่งไม่มีใครควบคุมได้ หรือเลี่ยงที่จะอธิบายวิธีทำงาน Google เตือนเรื่องเหล่านี้ไว้ในเอกสาร Do you need an SEO? โดยตรง คำตอบที่ต้องระวังมี 6 แบบ

อินโฟกราฟิก 6 คำตอบที่ควรระวังจากผู้ให้บริการ SEO เช่น การันตีอันดับ 1 อ้างสนิทกับ Google และขายลิงก์จำนวนมาก
คำตอบ 6 แบบที่ Google เตือนให้ระวังเมื่อคัดเลือกผู้ให้บริการ
  • “การันตีอันดับ 1”: Google ระบุว่าไม่มีใครการันตีอันดับ 1 บน Google ได้
  • “เรามีความสัมพันธ์พิเศษกับ Google”: Google ให้ระวังผู้ที่อ้างแบบนี้ และย้ำว่าการลงโฆษณากับ Google ไม่มีผลต่ออันดับในผลการค้นหาทั่วไป
  • “วิธีทำเป็นความลับของบริษัท”: Google ให้ระวังบริษัทที่ปิดบังหรือไม่อธิบายสิ่งที่จะทำ เพราะเจ้าของเว็บเป็นผู้รับผลจากการกระทำของบริษัทที่ตัวเองจ้าง
  • “แพ็กเกจนี้ได้ลิงก์หลายร้อยลิงก์ต่อเดือน”: นโยบายสแปมของ Google จัดการซื้อขายลิงก์เพื่อผลด้านอันดับเป็น Link Spam
  • “ใช้เครื่องมือที่ Google รับรอง”: Google ระบุว่าไม่ได้ประเมินหรือรับรองเครื่องมือ SEO ของบุคคลที่สาม
  • “บัญชีและเนื้อหาเป็นของบริษัทจนกว่าจะครบสัญญา”: ทำให้ธุรกิจเสียข้อมูลและงานทั้งหมดเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ

เทคนิคที่ฝ่าฝืนนโยบายสแปมของ Google เพื่อดันอันดับให้เร็วเรียกรวมกันว่า Black Hat SEO บริษัทที่ใช้วิธีกลุ่มนี้มักให้คำตอบตรงกับสัญญาณข้างต้นมากกว่า 1 ข้อ

วิธีเทียบคำตอบของบริษัท SEO หลายเจ้า

วิธีเทียบคำตอบของบริษัท SEO หลายเจ้าคือการให้คะแนนคำตอบแต่ละข้อด้วยเกณฑ์เดียวกัน แล้วตัดสินจากคะแนนรวมคู่กับผลการคุยกับลูกค้าอ้างอิง การเลือกบริษัท SEO จึงไม่ขึ้นกับความประทับใจจากการนำเสนอ ขั้นตอนมี 3 ขั้น

อินโฟกราฟิก 3 ขั้นตอนเทียบผู้ให้บริการ: ส่งคำถามชุดเดียวกัน ให้คะแนน 0 ถึง 2 และตรวจกับลูกค้าอ้างอิง
ให้คะแนนคำตอบด้วยเกณฑ์เดียวกันก่อน แล้วจึงยืนยันกับลูกค้าเก่าของเจ้าที่คะแนนสูงสุด
  1. ส่งคำถามชุดเดียวกัน: ส่งทั้ง 10 ข้อให้ทุกเจ้าที่อยู่ในรายชื่อ และขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ให้คะแนนด้วยเกณฑ์ 0 ถึง 2: ใช้ตารางด้านล่างให้คะแนนทีละข้อ คะแนนเต็มคือ 20
  3. ตรวจกับลูกค้าอ้างอิง: โทรถามลูกค้าเก่าของเจ้าที่คะแนนสูงสุด ว่าสิ่งที่บริษัทตอบตรงกับประสบการณ์จริงหรือไม่
คะแนนลักษณะคำตอบตัวอย่างจากข้อ 7
2ชัดเจน มีหลักฐาน และยอมเขียนลงในสัญญาให้ช่วงเวลาโดยประมาณ ระบุตัวชี้วัดที่ผูกกับยอดขาย และอธิบายเหตุผล
1ตอบได้ แต่กว้าง หรือไม่มีหลักฐานประกอบบอกว่าผู้เข้าชมจะเพิ่มขึ้น โดยไม่ระบุตัวชี้วัดและช่วงเวลา
0เลี่ยงไม่ตอบ หรือตรงกับสัญญาณอันตรายการันตีอันดับ 1 ภายในวันที่กำหนด

เกณฑ์ 0 ถึง 2 นี้เป็นเครื่องมือที่ Rankfinder แนะนำให้ใช้จัดลำดับ ไม่ใช่มาตรฐานของ Google คำตอบที่ได้ 0 ในข้อ 4 ข้อ 6 หรือข้อ 10 ควรถือเป็นเหตุให้ตัดออกทันที เพราะ 3 ข้อนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยของเว็บและสิทธิ์ในทรัพย์สินของธุรกิจ สำหรับ SEO Agency ไทยและต่างประเทศ ใช้คำถามชุดเดียวกันได้ทั้งหมด

คุณใช้ทั้ง 10 ข้อนี้ถามทีมรับทำ SEO ของ Rankfinder ได้เช่นกัน เราตอบเป็นลายลักษณ์อักษรและแจกแจงงานเป็นชั่วโมงในใบเสนอราคา ส่งคำถามหรือนัดคุยรายละเอียดเว็บของคุณได้โดยติดต่อทีมงาน Rankfinder

ประเด็นสำคัญของคำถามก่อนจ้างบริษัท SEO

  • บริษัท SEO ที่ไหนดี: ดูจากคำตอบของ 10 คำถามใน 4 ด้าน ไม่ใช่ขนาดบริษัทหรืออันดับในรายชื่อแนะนำ
  • ประสบการณ์และผลงาน: ขอกรณีศึกษาที่มีปัญหา งานที่ทำ และผลที่วัดได้ พร้อมลูกค้าอ้างอิง และคุยกับคนทำงานจริง
  • วิธีทำงานและความโปร่งใส: ต้องทำตาม Google Search Essentials มีบันทึกการเปลี่ยนแปลง และขอสิทธิ์เท่าที่จำเป็น
  • ผลลัพธ์และการรายงาน: เป้าหมายเป็นช่วงเวลาโดยประมาณ ตัวชี้วัดผูกกับธุรกิจ และมีรอบรายงานแน่นอน
  • ราคา สัญญา และสิทธิ์: ใบเสนอราคาแจกแจงงานและชั่วโมง ธุรกิจเป็นเจ้าของบัญชี เนื้อหา และข้อมูลทั้งหมด
  • สัญญาณอันตราย: การันตีอันดับ อ้างความสัมพันธ์พิเศษกับ Google ปิดบังวิธีทำ และขายลิงก์จำนวนมาก
  • วิธีเทียบ: ส่งคำถามชุดเดียวกัน ให้คะแนน 0 ถึง 2 ต่อข้อ แล้วตรวจกับลูกค้าอ้างอิง

อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำถามก่อนจ้างบริษัท SEO

บริษัท SEO การันตีอันดับ 1 เชื่อได้ไหม

เชื่อไม่ได้ เพราะ Google ระบุว่าไม่มีใครการันตีอันดับ 1 บน Google ได้ และแนะนำให้หาผู้ให้บริการรายอื่นเมื่อเจอคำสัญญาแบบนี้ บริษัทควบคุมได้เพียงคุณภาพและปริมาณงานที่ทำ

ควรคุยกับบริษัท SEO กี่เจ้าก่อนตัดสินใจ

ควรคุยอย่างน้อย 3 เจ้า เพื่อให้มีคำตอบมากพอสำหรับเทียบกัน จำนวนนี้เป็นคำแนะนำจากประสบการณ์ของ Rankfinder ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว

ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการเริ่มจ้างบริษัท SEO

ช่วงที่เหมาะที่สุดคือก่อนทำเว็บใหม่หรือปรับโครงสร้างเว็บ Google ระบุว่าช่วงที่กำลังพิจารณาออกแบบเว็บใหม่เป็นเวลาที่ดีในการจ้าง และยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี เพราะ SEO จะช่วยวางโครงสร้างให้เป็นมิตรกับ Search Engine ตั้งแต่ต้น

Related Link
GEO (Generative Engine Optimization) คือการปรับเว็บไซต์ให้ระบบ AI เลือกนำไปอ้างอิงในคำตอบ คู่มือนี้อธิบายสิ่งที่ Google และ OpenAI ยืนยัน พร้อม 6 วิธีทำ GEO และวิธีวัดผลจาก AI Search
Google AI Overviews คือคำตอบสรุปที่ AI ของ Google สร้างเหนือผลการค้นหาพร้อมลิงก์อ้างอิง และใช้งานในไทยเป็นภาษาไทยแล้ว บทความนี้อธิบายการทำงาน ผลกระทบต่อ Traffic เงื่อนไขการถูกอ้างอิง วิธีเขียนเนื้อหา ความต่างจาก AI Mode และวิธีวัดผล
Keyword Research คือกระบวนการหาและวิเคราะห์คำที่กลุ่มเป้าหมายใช้ค้นหาบน Google เพื่อวางแผนเนื้อหาให้สร้างผู้เข้าชมและรายได้ คู่มือนี้อธิบายวิธีหาคีย์เวิร์ด 6 ขั้นตอน Long Tail Keyword ข้อจำกัดของเครื่องมือ และการหาคีย์เวิร์ดในยุค AI Search

Contact us

สอบถาม / สั่งซื้อบริการ / จองคอร์สเรียน